ม็อบลำไยอบแห้งมาตามนัด รัฐไร้คำตอบจ่ายชดเชย-จี้เสน

       (24 ก.ย.) บรรดาผู้ประกอบการลำไยอบแห้งใน จ.เชียงรายจากหลายอำเภอประมาณ 100 คน พากันไปทวงคำตอบที่ศาลากลาง จ.เชียงรายกรณีเสนอให้รัฐบาลช่วยจัดสรรงบประมาณชดเชยการรับซื้อและช่วยหา ตลาดลำไยอบแห้ง เนื่องจากช่วงฤดูผลิตรัฐบาลโดยหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องได้ขอการสนับสนุน จากภาคเอกชนให้รับซื้อลำไยสดจากเกษตรกรในราคาสูงกว่าปกติ
       
       ในครั้งนี้นอกจากกลุ่มผู้ชุมนุมจะไปฟังคำตอบแล้ว ยังเสนอให้รัฐบาลนำปัญหาเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 25 ก.ย. 55 นี้ด้วย
       
       ผู้ชุมนุมได้นำป้ายที่เขียนข้อความหลากหลายชูเรียกร้องต่อรัฐบาลด้วย เช่น ราคาลำไยแห้งตกต่ำ ชาวสวนลำไยหลับสบายไปแล้วแต่ผู้ประกอบการลำไยอบแห้งกำลังจะตาย ขอความกรุณาจากรัฐบาลช่วยด้วย ฯลฯ
       
       ต่อมานายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้ไปพบผู้ประกอบการ พร้อมแจ้งว่าจะรีบนำเรื่องเสนอไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อให้บรรจุวาระการพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบการลำไยอบแห้งเป็นเรื่องด่วน ต่อไป ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการแยกย้ายกันกลับแต่ยืนยันว่าจะกลับไปฟังคำตอบในวันถัด ไปอีกครั้งด้วย
       
       นายนเรศ นาพะยอม อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 ม.5 ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย ในฐานะตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการ กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการลำไยอบแห้งต่างประสบปัญหาขาดทุนเนื่องจากราคาลำไยอบ แห้งตกต่ำเพราะไม่มีตลาด ส่วนพ่อค้าชาวจีนที่เป็นคนกลางรับซื้อก็กดราคาเหลือเกรดเอเอแค่กิโลกรัมละ ประมาณ 60 บาท เกรดเอราคา 33 บาท และเกรดบีราคา 19 บาท ขณะที่ราคาต้นทุนเกรดเอไม่ต่ำกว่า 82 บาทแล้ว และราคาที่ผู้ประกอบการต้องการคือเกรดเอเอกิโลกรัมละประมาณ 85 บาท เกรดเอ 45 บาท และเกรดบี 25 บาท
       
       “การที่พวกเรารวมตัวมาวันนี้เพื่อนำหนังสือเรียกร้องมามอบให้ผู้ว่า ราชการจังหวัด เพื่อให้ไปยื่นต่อไปยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา เพราะขณะนี้เงินทุนของผู้ประกอบการแทบไม่เหลือแล้ว เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการรับซื้อลำไยสดมาทำการอบแห้งไว้เป็นจำนวนมาก และยังคงมีลำไยอบแห้งค้างอยู่สต๊อกกว่า 5,000 ตัน หรือ 5 ล้านกิโลกรัม ถ้าหากรัฐบาลดำเนินการล่าช้าก็จะทำให้ผู้ประกอบการเดือดร้อนอย่างหนักและ สิ้นเนื้อประดาตัวได้” นายนเรศกล่าว
       
       ด้านนายธานินทร์กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลผลิตลำไยของ จ.เชียงรายถือว่ามากเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ รองจากเชียงใหม่ ลำพูน โดยมีผลผลิตกว่า 500,000 ตันต่อปี ส่วนสาเหตุที่ราคาลำไยอบแห้งตกต่ำเนื่องมาจากตลาดทางประเทศจีนมีปัญหา จึงได้รับเรื่องแล้วก็จะนำหนังสือร้องเรียนส่งผ่านไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยว ข้องเพื่อรับทราบปัญหานี้
       
       ในส่วนขั้นตอนของจังหวัดทุกปีก็มีมาตรการช่วยเหลือ อย่างเช่นการรับซื้อ การชดเชยให้พี่น้องเกษตรกร การผ่อนปรนเรื่องดอกเบี้ย ฯลฯ
       
       สาเหตุที่พวกเขารับซื้อลำไยสดในราคาสูง เพราะช่วงต้นฤดูราวเดือน มิ.ย. 2555 นายวรวัฒน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปประชุมกับผู้ประกอบการและชาวสวนนับพันคนที่ จ.เชียงราย แล้วแจ้งว่าปีนี้เอกชนจีนและเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพีจะรับซื้อผลผลิตลำไยอบแห้งกว่า 60,000 ตัน จึงจะทำให้ราคาไม่ตกต่ำ และสามารถขายได้ในราคาดีทั้งลำไยสดและอบแห้ง กระทั่งกลางฤดูเก็บผลผลิต สำนักงานพาณิชย์ จ.เชียงรายได้เจรจากับผู้ประกอบการอบแห้งลำไยและขอให้รับซื้อจากเกษตรกรใน ราคาสูง ทำให้ผู้ประกอบการรับซื้อทั่วไปเกรดเอเอประมาณ 17-18 บาท และลดหลั่นกันลงไปตามเกรด
       
       นอกจากนี้ ผู้ที่เข้าร่วมโครงการยังรับซื้อนำราคาตลาดกิโลกรัมละ 1 บาท เช่น ถ้าราคาตลาดอยู่ที่กิโลกรัมละ 20 บาทพวกตนก็จะรับซื้อ 21 บาท เป็นต้น
       
       แต่ปรากฏว่าหลังหมดฤดูกาลเก็บเกี่ยวลำไยและผู้ประกอบการนำมาอบแห้ง ได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว รัฐบาลกลับไม่มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและลอยแพพวกตน จึงทำให้เดือดร้อนอย่างหนักเพราะลำไยค้างสต็อก
 

<< ย้อนกลับ