เจ้าพระยาล้นเข้าท่วมไร่ข้าวโพดนครสวรรค์เสียหาย

จากการเดินทางไปตรวจสอบที่ไร่ข้าวโพด บริเวณหมู่ 6 ต.กลางแดด ของนางสร้อย สวัสดิ์ อายุ 47 ปี พบว่า ภายในไร่ข้าวโพดที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขนาด 7 ไร่ ถูกน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมสูงมากกว่า 100 เซนติเมตร ต้นข้าวโพดแป้ง พันธุ์ 328 ที่ปลูกไว้ส่วนใหญ่ จมอยู่ในน้ำ และอีกบางส่วนมีร่องรอยถูกเก็บเกี่ยวไปแล้ว เมื่อลงเรือเข้าไปสำรวจอย่างละเอี่ยดภายในไร่ พบว่า มีฝักข้าวโพดที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวอีกจำนวนมาก กำลังรอการเน่าตายอยู่กับลำต้น ขณะที่บริเวณหน้าบ้านของนางสร้อย ที่อยู่ติดกับไร่ พบชาวบ้านส่วนหนึ่ง กำลังช่วยกันแยกเปลือกออกจากฝักเข้าโพดที่เก็บเกี่ยวแล้ว เตรียมนำไปขายให้กับโรงรับซื้อ แต่ผลผลิตที่ได้นี้ มีจำนวนรวมกันเพียงแค่ 3,000 กิโลกรัมเท่านั้น

สอบถามนางสร้อย ให้ข้อมูลว่า นำเงินที่ได้จากการกู้ยืม จำนวน 20,000 บาท ไปซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด มาปลูกในไร่ จนกระทั่ง ต้นโตออกออกผล และเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 20 วัน ก็จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว แต่เมื่อวานดันมาเกิดเหตุน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมไร่ จนต้องรีบจ้างเพื่อนบ้าน ให้นำเรือพายออกไปช่วยกันเก็บฝักข้าวโพดที่ยังโตไม่เต็มที่ ซึ่งสามารถเก็บได้เพียงแค่ 2 ไร่ ส่วนที่เหลือคงต้องปล่อยทิ้งไว้ให้เน่าตายอยู่แบบนั้น เพราะน้ำมาเร็วมาก และมีระดับสูงขึ้น ท่วมจนเกือบมิดต้นข้าวโพด จึงได้ยกเลิกเก็บไร่ที่เหลือไปในที่สุด ขณะที่ผลผลิตที่เก็บได้นี้ คงขายได้ราคาไม่สูงนัก เนื่องจากยังไม่ถึงระยะเวลาเก็บเกี่ยว จึงทำให้ฝักข้าวโพดมีความชื่นเกินกว่าที่กำหนดไว้ 25%

"ตนหวังไว้มาก ว่าคราวนี้ จะสามารถขายข้าวโพดทำเงินได้กำไรมากๆ แต่กลับต้องมาขาดทุนเพราะภัยธรรมชาติอย่างน่าอนาถใจ แทนที่จะได้ลืมตาอ้าปาก มีเงินไปใช้หนี้สินที่กู้ยืมมา ก็ต้องมาทุกข์หนักซ้ำเข้าไปอีก โอ๊ยแย่จัง" นางสร้อย กล่าวอย่างความทุกข์ล้นทะลัก

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า นอกจากจะมีพื้นที่การเกษตรริมแม่น้ำใน ต.กลางแดด ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วมแล้ว ยังมีพืชไร่และสวนผักของเกษตรกรในพื้นที่ ต.บางมะฝ่อ ที่อยู่ติดกัน ไปจนถึง อ.โกรกพระ ได้รับความเสียหายอีกเป็นจำนวนมากด้วย ส่วนระดับน้ำทุกลำน้ำที่ที่ไหลผ่านนครสวรรค์วัดได้เมื่อเช้าวันนี้ ยังมีปริมาณคงที่เท่ากับเมื่อวานเย็น โดยที่แม่น้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,820 ลบ.ม. ต่อวินาที สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง แต่ในส่วนของทางจังหวัดฯ ยังต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะยังมีปริมาณน้ำมหาศาลจากทาภาคเหนือไหลมาสมทบอย่างต่อเนื่อง

<< ย้อนกลับ